Welcome, Guest. Please login or register.

จำหน่ายอะไหล่ BMW E36 E46 มือสอง ราคาถูก ราคากันเอง

Midas Protocromic จากเยอรมัน ปรับสีได้ตามสภาวะแสง อุณภูมิ UV




ฝากรูปฟรี อู่เบิร์ด Service ซ่อม BMW ทุกอาการ 88 AUTO ศูนย์ติดตั้งฟิล์มรถยนต์และอาคารระดับมืออาชีพ เว็บไซต์ศูนย์รวม ซือ-ขาย ล้อ แม็กซ์ ยาง สนใจติดต่อโฆษณา
สนใจติดต่อโฆษณา P&P Autoshop ขายอะไหล่รถยุโรปและBMW อะไหล่ไทย.คอม Benz Thailand Club
สนใจติดต่อโฆษณา สนใจติดต่อโฆษณา Siammushroom.com รู้ลึก รู้จริง เรื่องเห็ด GanoThailand.net

ผู้เขียน หัวข้อ: สินเชื่อรถยนต์ รีไฟแนนซ์ รถคันแรก ก็ทำได้ วงเงินสูง ไม่ใช้คนค้ำ  (อ่าน 8393 ครั้ง)

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
BMW Thailand
สินเชื่อรถยนต์ วงเงินสูงสุด สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
ให้ยอดสูงถึง 120% ต้องการเงินสด รถคุณช่วยได้ ให้ดอกถูกผ่อนนานไม่มีเงินเดือนประจำก็ยื่นได้ 
 - รับรถปี 2002 ขึ้นไป ให้ยอดจัดสูง ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติง่าย ถูกต้องตามกฏหมาย ผ่อนได้สูงสุด 72 งวด
 - รับรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รถหรู รถสปอร์ตนำเข้าราคาแพง ไม่จำกัดวงเงิน
    หรือรถบ้านทั่วไป
 - ที่อื่นไม่รับเราจัดให้ ได้ทั้ง ลูกค้า บุคคล หรือ บริษัท
    ยื่นทีเดียวพร้อมกันหลายคันก็ได้
 - ที่เก่าผ่อนสูง ต้องการยืดระยะเวลาให้ผ่อนน้อยลงสามารถทำได้
 - รถยังผ่อนอยู่ แต่อยากใช้เงินก็สามารถทำได้
   (เช็คยอดค้างไฟแนนซ์ทั้งหมดก่อนโทรปรึกษา)
 - อยู่ต่างจังหวัด สามารถจัดไฟแนนซ์ได้
 - ไม่ต้องเป็นเจ้าบ้าน - บ้านเช่าก็จัดได้

สำหรับสินเชื่อรถยนต์ให้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของมูลค่ารถ
 
คุณสมบัติของผู้สมัคร
 
  - สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
  - ผ่อนนาน 12-72 เดือน
  - อายุ 20- 60 ปี
  - สัญชาติไทย

เอกสาร
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
4. สลิบเงินเดือน(เดือนล่าสุด)หรือ หนังสือรับรองเงินเดือนก็ได้
5. สำเนาทะเบียนรถ
6. แผนที่บ้าน และ ที่ทำงาน

เอกสารครบ รู้ผลเลย รับเงิน ภายใน 3 วันทำการ

สนใจสมัคร คลิกที่นี่

http://www.d-credit.com

LINE ID : d-credit

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2017, 05:14:34 pm โดย d-credit »

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
 8.จัดสิ่งของหรือกระเป๋าที่หนักที่สุดให้อยู่ใต้สุด เพื่อให้สิ่งของนั้นไม่เคลื่อน
มากระแทกโดนผู้โดยสารเมื่อต้องหยุดกะทันหันหรือเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
 
       
       9.ถึงแม้ว่าช่วงหยุดยาวจะเป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลองก็ตาม แต่กฎทอง
ที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรจำไว้คือ “อย่าขับรถในขณะเมาเหล้า”

       
       10.หากรู้สึกเหนื่อยให้หยุดพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางในระยะ
ทางไกลอาจต้องการแวะพักบ่อยขึ้น เพื่อช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าและ
ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นอกจากคำแนะนำทั้ง 10 ข้อจากฟอร์ด แล้ว การเลือกใช้รถสักคันที่ได้ติด
ตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างครบครันนั้น จะที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึก
มั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น เช่น
       
       Advance Trac ซึ่งจะตรวจจับการทำงานของแกนและตัวหมุนทำให้
ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทรงตัวของรถได้เป็นอย่างดี
       
       ระบบเตือนเข็มขัดนิรภัย (Belt-Minder Technology) ที่จะช่วยเตือน
ให้ผู้โดยสารด้านหน้าคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เสมอ
       
       เทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Control) ที่จะควบคุมการ
ติดต่อสื่อสารและระบบความบันเทิงภายในรถโดยที่มือไม่ต้องละมือจาก
พวงมาลัย
       
       ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability
Program :ESP) ที่จะช่วยควบคุมการทรงตัวของรถในทุกสภาพถนน

       
      ระบบตรวจจับภาพในส่วนที่เป็นจุดบอด (Blind-Spot Monitoring
System) ซึ่งจะจับภาพและส่งสัญญาณเตือนหากมีรถอีกคันเข้ามาใกล้ใน
ส่วนที่เป็นจุดบอด
       
       ถึงแม้ว่ารถในปัจจุบันจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความ
ปลอดภัยที่ทันสมัยเพื่อช่วยลดความเครียดของผู้ขับขี่สักเพียงใดก็ตาม
สิ่งที่สำคัญคือ ความพร้อมของผู้ขับขี่ที่ควรขับขี่อย่างมีสติและใจเย็น ซึ่ง
จะทำให้การท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวคราวนี้เป็น ทริปที่น่าจดจำที่
สุดอีกทริปหนึ่ง
       
       ข้อมูลและภาพโดยฟอร์ด ประเทศไทย

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
3ค่ายรถยนต์ยักษ์ โตโยต้า นิสสัน ฮุนได ประกาศเรียกคืนรถที่มีปัญหา จำหน่ายในญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือรวมเกือบ2.4ล้านคัน

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ประกาศเรียกคืนรถมินิแวน เซียนนาที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ จำนวน 694,000 คัน
หลังพบปัญหาตำแหน่งของเกียร์อาจเคลื่อนย้ายได้เองออกจากตำแหน่ง “P” หรือตำแหน่งเข้าเกียร์จอด
ซึ่งส่งผลให้รถอาจเคลื่อนที่ได้ทั้งที่ผู้ขับขี่เข้าเกียร์จอดไว้แล้ว และรถมินิแวนเซียนนา รุ่นที่ได้รับผลกระทบ
ประกอบด้วยรุ่นที่ผลิตระหว่างปี 2004-2005 และรุ่นปี 2007-2009 โดยคำแถลงของโตโยต้ายังยอมรับด้วยว่า
เคยพบการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 21 กรณีซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 รายจากปัญหาความบกพร่องของระบบเกียร์ดังกล่าว
     
ด้านนิสสัน มอเตอร์จากญี่ปุ่นประกาศเรียกคืนรถ 908,900 คัน ที่จำหน่ายในญี่ปุ่น จากปัญหาการทำงานที่ผิดพลาด
ของเซ็นเซอร์ที่อาจส่งผลให้รถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ประกอบด้วยรถรุ่นอินฟินิตี้ เอ็ม, รถเอสยูวีรุ่น “X-trail”
รวมถึงรถมินิแวน “เซเรนา”
     

ขณะฮุนได มอเตอร์ แห่งเกาหลีใต้ประกาศเรียกคืนรถเพื่อตรวจสอบปัญหาจำนวน 760,000 คัน
ที่จำหน่ายไปในทวีปอเมริกาเหนือ หลังตรวจพบความผิดปกติของไฟเบรกซึ่งอาจทำงานไม่ถูกต้อง
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ประกอบด้วย รุ่นแอ็คเซนท์ที่ผลิตระหว่างปี 2006-2007, เอลันตรา ทัวริง
รุ่นที่ผลิตระหว่างปี 2009-2011, ฮุนได โซนาตารุ่นปี 2007-2010 , และฮุนได ทูซอน รุ่นที่ผลิตปี 2009-2011

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ค่ายรถหั่นราคาคนทิ้งคืนภาษีรถคันแรก

สรรพสามิตหวั่นบริษัทรถจัดโปรโมชันแรงทำคนทิ้งจองรถคันแรก

นายจุมพล ริมสาคร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี
กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเตรียมนัดผู้ประกอบการ
หารือเรื่องคนที่ถือใบจองรอรับรถที่ได้รับสิทธิในโครงการรถยนต์
คันแรกที่ยังค้างอยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนรายว่า ยังประสงค์จะใช้สิทธิ
รอรับรถหรือจะสละสิทธิ โดยอาจใช้วิธีการส่งข้อความทางมือถือ
สอบถามโดยตรงไปยังผู้ขอใช้สิทธิเพื่อสร้างความชัดเจนในโครงการ
รถยนต์คันแรกในช่วงที่เหลือว่าต้องใช้เงินเท่าใด ทั้งนี้ในปีงบ 2557
กรมสรรพสามิตเตรียมเงินไว้คืนภาษี 4 หมื่นล้านบาท และปี 2558
อีก 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับยอดคืนภาษีรถคันแรกล่าสุดได้คืนเงินภาษีไปแล้ว 5 แสนคัน
เป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาท จากยอดรถที่เข้าโครงการประมาณ 1.2 ล้านคัน
โดยมีผู้ที่แจ้ง ขอยกเลิกสิทธิแล้วกว่า 2 หมื่นราย โดยระหว่างนี้รอ
ผู้ที่ถือครองรถครบ 1 ปี มาขอรับเงินภาษีคืนจากกรมสรรพสามิต
ซึ่งเฉลี่ยมีผู้ได้รับเงินภาษีคืนตกประมาณเดือนละ 1 หมื่นราย

“ในกลุ่มที่ยังไม่ใช้สิทธิ 1.3 แสนราย จำนวนนี้ 2 หมื่นราย
แจ้งแล้วว่าไม่ขอ สละสิทธิ และมี 3 หมื่นรายที่อยู่ในขั้นตอนการ
ตรวจสอบเอกสารเพื่อขอคืนเงินภาษี”นายจุมพล กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต รายงาน ว่า สาเหตุที่คนขอสละสิทธิ
รถคันแรก เกิดจากการจัดโปรโมชันของบริษัทรถยนต์ที่ยอมลดราคา
ให้ลูกค้าทีเดียว 1 แสนบาท จึงสร้างแรงจูงใจให้คนเลือกซื้อรถจาก
บริษัท เพราะไม่ต้องการเข้ากระบวนการขอคืนภาษีรถคันแรกที่มี
เงื่อนไขว่าต้องถือครองรถนาน 5 ปี ถึงจะขายเปลี่ยนมือได้
นอกจากนั้นผู้ซื้อก็สามารถเลือกรถยนต์รุ่นที่ใหม่ต้องการได้

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
บีโอไออนุมัติส่งเสริมอีโคคาร์รุ่นที่ 2

บีโอไอ เปิดเงื่อนไขอีโคคาร์รุ่นที่ 2 พร้อมให้ค่ายรถยนต์ขอรับ
ส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค. 57

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะ
กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานถึงการออกประกาศคณะ
กรรมการส่งเสริมการลงทุน ฉบับที่ ส 1/2556 ณ วันที่ 30 กันยายน 2556
เพื่อให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล
รุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่สนใจทุก
ราย สามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนตามโครงการดังกล่าวได้ตั้งแต่
บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์จะต้องยื่นคำขอส่งเสริมโครงการภายใต้
เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ได้แก่ มีมูลค่าเงินลงทุนไม่
น้อยกว่า 6,500 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการจะต้องลงทุนผลิตแบบครบ
วงจรทั้งการประกอบรถยนต์และการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มีปริมาณ
การผลิตไม่น้อยกว่า 100,000 คันต่อปี นับตั้งแต่การผลิตปีที่ 4 เป็นต้นไป

สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะต้องเป็นเครื่องยนต์
มาตรฐานยูโร 5 ที่มีมาตรฐานในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน
 100 กรัมต่อกิโลเมตร และต้องมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 4.3
 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สำหรับขนาดเครื่องยนต์ของอีโคคาร์ 2
หากเป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องมีขนาดไม่เกิน 1300 ซีซี ส่วนเครื่องยนต์
ดีเซลต้องมีขนาดไม่เกิน 1500 ซีซี


d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์รายเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่น ที่ 1
สามารถเลือกขยายการลงทุนได้ 3 ทาง คือ
1. สามารถยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2
ภายใต้เงื่อนไขใหม่ แต่มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำลดจากเงื่อนไข 6,500 ล้านบาท เหลือ 5,000 ล้านบาท
2. ยื่นขอขยายการลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 ภายใต้เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์การลงทุนเดิม
โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่ และ
3. ผู้ผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 สามารถยื่นขอขยายการผลิตทั้งอีโคคาร์รุ่นที่ 1 และเพิ่มการผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ได้ด้วย
โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่

“โครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทุกรายที่มีความพร้อม และมีความสนใจเข้าร่วมโครงการ
ได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันของตลาดรถยนต์อย่างเป็นธรรม เป็นไปตามเป้าหมายของการกระตุ้น
อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศไทย ทั้งนี้ค่ายรถยนต์รายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 1
สามารถยื่นขอส่งเสริมการลงทุนได้ทันที ซึ่งตามกรอบเวลาของแผนกำหนดให้ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
จะต้องเริ่มดำเนินการผลิตอย่างช้าในปี 2562 นี้” นายประเสริฐกล่าว

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
   นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ
กล่าวว่า เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้มาก
ขึ้น บีโอไอจะเชิญผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้
ทุกรายเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดและเงื่อนไขการยื่นขอรับส่งเสริม
การลงทุนอย่างเป็นทางการภายในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิด
ความเข้าใจที่ชัดเจนถึงแนวทางและรูปแบบของโครงการยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะได้รับสิทธิ
ประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 6 ปี แต่หากผู้ผลิตรายใดมี
การลงทุนหรือใช้จ่าย เพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 1 ปี รวมเป็น 7 ปี และหากมีการลงทุน
หรือใช้จ่ายเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 800 ล้าน
บาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม
เติม 2 ปี รวมเป็น 8 ปี นอกจากนี้ ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การ
ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรเช่นเดียวกับอีโคคาร์รุ่นที่ 1

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
โปรฯยั่วใจแต่เงื่อนไขเพียบ!เช็กก่อนซื้อ

“ลดทุกชั้นทุกแผนก” คำนี้ทุกท่านคงคุ้นหูกับห้างสรรพสินค้าที่ยกขึ้นมาโปรโมทเพื่อดึงดูดใจขาช็อปให้มาซื้อของภายในห้างฯ
หรือมิเช่นนั้นก็ทำโปรโมชั่นลดราคาล้างสต๊อกระบายสินค้าประเภทต่างๆ แตกต่างกันไป

แต่วันนี้ คำนี้กลับถูกใช้ในสินค้าประเภท “รถยนต์” ที่ “ทุกรุ่น ทุกเซ็กเมนต์” ถูกนำมาจัดรายการส่งเสริมการขายกันอย่างหนักหน่วง
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการดึงกำลังซื้อไปไว้ในปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก จากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท
ที่แสนจะดึงดูดใจในปี 2555 ที่ผ่านมา

ประกอบกับตัวเลขการรับสิทธิในโครงการดังกล่าวทั้งหมดที่รวมแล้วมีจำนวนในระดับ 1.2 ล้านสิทธิ
แต่มีผู้ยกเลิกการรับสิทธิจำนวนกว่า 1 แสนราย ส่งผลให้ปริมาณสต๊อกที่เตรียมไว้ส่งมอบตามแผนที่วางไว้
คงเหลือค้างสต๊อกมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ

ไม่เท่านั้น กำลังซื้อที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังถูกบีบด้วยปัจจัยความกังวลต่างๆ อาทิ ความกังวลน้ำท่วม ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว


d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ขณะที่เข้าช่วงไตรมาส 4 แล้วถือได้ว่าเป็นช่วงเข้าฤดูแห่งการขายปลายปี สถานการณ์การแข่งขันจะรุนแรงทวีคูณมากขึ้น
หลังจากที่ผ่านมาเกิด “สงครามโปรโมชั่น” ไปแล้วหลายระลอก จึงต้องถือได้ว่าเป็น “โอกาสทอง”
ของผู้บริโภคที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากการแข่งขัน ชนิดที่เรียกว่าผู้ผลิตรถยนต์หรือตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์)
ต้องกุมขมับยอมขายแบบเหลือกำไรเพียงน้อยนิดเสมือน "หนังติดกระดูก"เลยทีเดียว

ดังนั้นแล้วจึงเห็นทุกวิถีทางดึงดูดยั่วตาล่อใจ ทั้งดาวน์ 0% ผ่อนนาน ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ หรือดอกเบี้ย 0% รถเก่าแลกรถใหม่รับส่วนลด
รับของแถมพิเศษ ฟรีประกันภัย ฯลฯ พร้อมที่จะดึงให้เข้าสู่โชว์รูมมากที่สุด จากเดิมที่จะซื้อรถยนต์แต่ละครั้ง
จะต้องรอโปรโมชั่นดีๆ โดนๆ จากงานมหกรรมต่างๆ แต่วันนี้|ไม่ว่าที่ไหน จะในหรือนอกโชว์รูม ก็ดีก็โดนไปหมด

ที่เห็นทีจะเข้าตาต้องใจดึงดูดมากที่สุดคือ “โปรโมชั่นผ่อนเริ่มต้น” ถูกแสนถูก ซึ่งตอนนี้ต่ำสุดคงจะเป็น 2,999 ต่อเดือน ...
ซึ่งใครเห็นก็ตาโต O_o! ... เพราะว่าผ่อนแบบนี้สบายกระเป๋าเข้าถึงง่าย เหมาะกับการเป็นเจ้าของเสียนี่จริงๆ
ในความคิดของใครหลายคน

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
   แต่รู้หรือไม่!!! ... ว่าที่โปรโมชั่นดึงดูดใจแบบนี้มีเงื่อนไขที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไป
เพราะเครื่องหมาย (*) ช่างตัวเล็กเสียเหลือเกิน แต่กลับสำคัญเสียนี่กระไร
จึงเป็นที่มาถึงการทำความเข้าใจรายละเอียดของเงื่อนไขต่างๆ
เริ่มต้นที่ การผ่อนเริ่มต้นต่อเดือนอันน้อยนิด ไม่ใช่น้อยนิดเช่นนี้ตลอดอายุสัญญา
เพราะการผ่อนลักษณะนี้เรียกกันว่า “การผ่อนแบบบอลลูน” หรือ “การผ่อนแบบอัตราเติบโตขั้นบันได”
ตัวอย่างเช่น ผ่อน 2,999 ต่อเดือนในช่วง 1-10 งวดแรกเท่านั้น แต่ช่วงตั้งแต่งวดที่ 11-24 เพิ่มขึ้นอีกระดับ
และจากนั้นงวดที่ 25-48 เพิ่มขึ้นเป็นอีกระดับจนครบสัญญา
ซึ่งก่อนการจะไปผ่อนได้นั้น มีเงื่อนไขอื่นๆ อีก อาทิ ต้องใช้เงินดาวน์ในอัตราที่กำหนด
ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้เงินดาวน์ 25% ขึ้นไป ต้องใช้ลีสซิ่งที่กำหนดเท่านั้น (ทำให้อัตราดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น)
ต้องเป็นอาชีพที่กำหนดเท่านั้น(ทำให้อัตราดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น)
ต้องเป็นอาชีพที่กำหนดเท่านั้น และต่างๆ นานาอีกมากมาย ...ยิบย่อยไปหมด
นี่ยังไม่รวมถึงโปรโมชั่นอื่นๆ อีก ที่มีดอกจันหมายเหตุ (*) และ (**) ในเงื่อนไขอีกมากมายแล้วแต่ที่กำหนดไว้
ซึ่งจุดนี้เองจึงจะต้องเป็นจุดที่ผู้บริโภคควร “ระมัดระวังอย่างยิ่ง” ซึ่งจำเป็นต้องอ่านและศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน
เพื่อเปรียบเทียบกับเงินในกระเป๋าที่มีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
    ฉะนั้น ... ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น “นาทีทอง”
ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง แต่อยากจะฝากย้ำว่า ท่ามกลางสิ่งยั่วตาล่อใจใน
โปรโมชั่นแล้ว ก็อย่าลืมลงลึกในรายละเอียดเงื่อนไข อย่าให้อะไรมาบังตา
เหมือนคำว่า“Sale” ของสินค้าในห้างฯ (เหมือนเสื้อผ้าที่ซื้อมา แต่ไม่ได้ใส่
 แต่ที่ซื้อไว้เพราะลดราคา)
   ถ้าใครสนใจจะซื้อรถยนต์แล้วละก็ ผมฟันธงเลยว่า นาทีนี้เป็นโอกาสของผู้
บริโภคจริงๆ ยิ่งกว่าโครงการรถยนต์คันแรกเสียอีก ... แต่อย่างไรก็ต้องอย่า
ลืมดูความพร้อม ความสามารถทางการเงินของตนเองด้วยแล้วกัน จะได้ไม่
เกิดหนี้เสียส่งผลกระทบในอนาคต
   โดยเฉพาะในงานส่งท้ายปลายปีอย่าง มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30
(มอเตอร์เอ็กซ์โป) ที่จะเป็นแหล่งรวมโปรโมชั่นที่ฮอตสุดจากการส่ง “ไม้ตาย
 ทีเด็ด” ปั้นตัวเลขยอดจำหน่ายโกยยอดขายให้ได้มากที่สุด จึงเป็นที่น่า
จับตามองอย่างยิ่ง
   ชั่งน้ำหนักความเหมาะสมให้ดี จะได้ไม่เป็นเจ้าของรถที่หนักใจแบกภาระ
หนี้ด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นจาก “กระแส” ของสงคราม “โปรโมชั่น”

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
คาดปีนี้ยอดผลิตรถยนต์พลาดเป้า5หมื่นคัน

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเมินปีนี้มียอดผลิตรถยนต์ 2.5 ล้านคัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 หมื่นคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยาน
ยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า
ยอดผลิตรถยนต์ ยอดขายในประเทศ และยอดส่งออกเดือนตุลาคม
ลดลงทั้งหมด โดยมีการผลิตนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์
รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ ยอดขายในประเทศ
และยอดส่งออกเดือนตุลาคม ลดลงทั้งหมด โดยมีการผลิตทั้งหมด

สำหรับตัวเลขการผลิตล่าสุด 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) อยู่ที่ 2,115,375 คัน
คาดว่า ถึงสิ้นปีการผลิตคงจะได้ระดับ 2,510,000 คัน
แต่คงไม่ถึงเป้าหมายที่ 2,550,000 คัน โดยต้องรอดูยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ในเดือนธันวาคมนี้ก่อน
ด้วยว่าจะคึกคักมากน้อยเพียงใด ซึ่งยอดผลิตที่ต่ำกว่าเป้าหมายเกิดจาก
ทั้งยอดขายในประเทศและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  "รถยนต์ที่เริ่มมีการผลิตและยอดขายในประเทศที่ลดต่ำขณะนี้
ถือว่าเป็นการปรับสู่ภาวะปกติ หลังจากหมดโครงการรถคันแรก
โดยโครงการรถคันแรก 1,250,000 คัน ล่าสุดยังมีรถค้างการส่งมอบทั้งสิ้น
132,000 คัน ซึ่งผู้ที่ยังไม่ได้บอกยกเลิกใบจอง กรมสรรพสามิตจะยังให้
ถือว่ามีสิทธิอยู่ ซึ่งประเมินว่าที่สุดโครงการรถคันแรกน่าจะมีการทิ้งใบจอง
ประมาณ 100,000 คัน" นายสุรพงษ์กล่าว

  สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนตุลาคมมีทั้งสิ้น 88,989 คัน
ลดลงจากเดือนกันยายน 6.26% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
37.7% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าโครงการรถยนต์คันแรกเกือบ
หมดแล้ว ประกอบกับลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอซื้อรถยนต์ในงาน
มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการ
ส่งเสริมการขายที่มากกว่า และตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2556
รถยนต์มียอดขายในประเทศ 1,123,263 คัน ลดลงจาก
ช่วงเดียวกันปีก่อน 1.8%

d-credit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 270
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  ส่วนการส่งออกรถยนต์เดือนตุลาคมได้ 96,864 คัน
ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 ประมาณ 18.09%
และลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.44% มีมูลค่าการส่งออก 43,333.77 ล้าน
บาท รวมการส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-ตุลาคม 2556จำนวน 944,205 คัน
 คิดเป็น 99.7% ของยอดการผลิตเพื่อการส่งออก
โดยคิดเป็นมูลค่า 427,004.39 ล้านบาท

 




ติดต่อโฆษณา/เว็บเพื่อนบ้าน | | PageRank